เมื่อไรจึงควรเปลี่ยน วิธีการรักษาภูมิแพ้

เมื่อไรจึงควรเปลี่ยน วิธีการรักษาภูมิแพ้
0 July 7, 2016

สมัยนี้ คนอยู่ในเมืองมีอาการ โรคภูมิแพ้ กันมาก บางคนมีอาการน้อยๆ เช่น ตื่นมาทุกเช้าจะคัดจมูก พอสายๆ ไปทำงานก็อาการดีขึ้น บางคนถ้าเป็นมากขึ้น ก็จะมีนำมูกใสบ่อยๆ ซึ่งอาจเป็นอาการของภูมิแพ้ที่เยื่อบุทางเดินหายใจ และอาการจะเป็นรุนแรงมากน้อยเป็นลำดับ ถ้าเป็นมากก็ถึงขั้นหอบหืด หายใจไม่ออกบางคนเป็นเพราะฤดูกาล บางคนเป็นตลอดทั้งปี บางคนมีอาการไวต่อสารเคมี ไอระเหย บางคนแพ้ละอองเกสรดอกไม้ แพ้ฝุ่นแพ้ไรฝุ่น ฯลฯ

นอกจากภูมิแพ้ที่เกิดกับทางเดินหายใจแล้ว หลายคนก็จะเป็นภูมิแพ้ที่ออกอาการทางผิวหนัง ตั้งแต่เป็นผื่นคัน ไปจนถึงระดับแพ้บวมแดง อักเสบ อาการแพ้ทางผิวหนัง เกิดได้สองกรณี คือ จากการสัมผัสกับสารภายนอกทางผิวหนัง เช่น แพ้ผงซักฟอก แพ้น้ำยาล้างจาน ภายใน โดยที่ร่างกายสะสมสารกระตุ้นภูมิแพ้บางอย่างไว้ แล้วออกมาทางผิวหนัง ประหนึ่งว่าเป็นกลไก เป็นความพยายามของร่างกาย ในการจะกำจัดเอาสารที่แปลกปลอมเหล่านั้นออกมา เช่น แพ้อาหารทะเล ตามความรู้สึกของเรา เนื่องจากอาหารทะเลสัมผัสกับเยื่อบุลำไส้ เพราะฉะนั้นก็น่าจะแพ้แบบท้องเดิน ปวดท้อง แต่ในบางคนมีอาการในลักษณะผื่นขึ้นตามผิวหนังก็มี หรือมีอาการอื่น เช่น ปวดศีรษะ อารมณ์หงุดหงิด กระวนกระวายใจ กล้ามเนื้อยึดตึง ฯลฯ

ดังนั้น ในเรื่องการแพ้ที่เกิดกับเยื่อบุทางเดินหายใจ กับเยื่อบุตาจะค่อนข้างตรงไปตรงมา คือ มีอาการเฉพาะที่ เช่น ระคายเคืองเยื่อตา ระคายเคืองเยื่อบุจมูก โพรงจมูก ทางเดินหายใจ ไอ เสลด หอบหืด แต่กับอาหาร ไม่ได้มีเฉพาะการแพ้อาหารที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ทั่วๆ ไปเท่านั้น ยังมีการแพ้อาหารที่เกิดจากปฏิกิริยาเชื่องช้า และความไวต่อสารอาหาร โดยบางคนมีอาการหลังทานอาหารเข้าไปสองสามวัน องค์ประกอบในอาหารที่ทำให้แพ้มีหลายอย่าง เช่นสารมีสี กลิ่น น้ำมันหอมระเหย หรือบ่างคนไม่ได้แพ้สารในอาหารโดยตรงแต่แพ้สารปนเปื้อนมากับอาหาร เช่น แพ้ฟอมาลีน ซึ่งมักปนเปื้อนมาในประมงน้ำลึก แพ้ยาฆ่าแมลงซึ่งติดมากับพืชผักผลไม้ แพ้ยาปฏิชีวนะ ที่ตกค้างอยู่ในกุ้งหรือปลาในบ่อเลี้ยง

เหตุใดจึงเกิดภูมิแพ้
ปกติมนุษย์เรามีระบบภูมิต้านทานอยู่เพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย ประกอบไปด้วย 1. เซลล์เม็ดโลหิตขาว 2. ระบบแอนต้บอดี้ซึ่งเหมือนกับอาวุธที่เม็ดโลหิตขาวมาไว้ต่อสู้กับสิ่งต่างๆ โดยทั่วไปจะมีเม็ดโลหิตขาวประเภทหนึ่ง ที่สามารถผลิตภูมิต้านทานเรียกว่าแอนตี้บอดี้ออกมาโดยเฉพาะๆ กับสิ่งต่างๆ ซึ่งร่างกายจะฝึกฝนให้เม็ดโลหิตขาวสามารถผลิตภูมิต่อต้านที่จำเพาะเจาะจงต่อเชื้อโรคเป็นหลัก อย่างเช่นมีเชื้อแบคทีเรียตัวหนึ่งเข้ามา ร่างกายก็ต่อสู้โดยใช้แอนตี้บอดี้เข้าไปทำลาย

ภาวะภูมิแพ้เกิดขึ้นได้เนื่องจากว่า ร่างกายมีแอนตี้บอดี้ต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้จะเป็นอะไรก็ได้ที่เราพูดกันมาในตอนต้น ธรรมดาแล้วสารแอนตี้บอดี้เขาเอาไว้ต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย แต่บังเอิญขบวนการนี้มันเกิดการผิดพลาดขึ้นมาเมื่อเราสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ก็เกิดภูมิเข้าไปก่อปฏิกิริยาการอักเสบ ซึ่งมี 2 ชนิด

    1. IgE เป็นลักษณะการแพ้อย่างเฉียบพลัน มันจะก่อเกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เช่นการแพ้ยา การแพ้อาหาร
    2. IgG เป็นการแพ้อย่างเชื่องช้า ซึ้งกรณีแบบนี้บางทีเราจะไม่รูตัว เนื่องจากว่าปฏิกิริยามักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อมีอาการจำไม่บ่งชี้ว่าเกิดจากการแพ้อาหาร เพราะบางทีรับประทานอาหารไปสองวันแล้วมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เกิดผื่นขึ้นตามตัว

อย่างเราก็มักเคยได้ยินว่า คนที่เป็นโรคภูมิแพ้บางทีงดขนมปัง งดข้าว งดเนย งดนม งดไข่ งดทานพวกนี้ไปสักพัก อาการก็จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภูมิแพ้ในเด็กเล็กและเด็กโต มักจะเกี่ยวข้องกับอาหารอยู่ค่อนข้างมาเป็นไปได้ว่าระบบลำไส้มีการแปรปรวนแบบที่เรียกว่าเยื่อบุลำไส้สูญเสียความสามารถ หมายถึงเยื่อบุมันไม่แข็งแรง มันก็เลยปล่อยให้พวกอาหารที่ยังย่อยไม่หมด ดูดซึมขึ้นไป ซึมเข้าไปก็ไปกระตุ้นภูมิต้านทานได้ คนที่ลำไส้ไม่แข็งแรงมันก็มีเหตุของมันอยู่
               ปกติในลำไส้เรามีสิ่งมีชีวิตอยู่ 3 สิ่ง คือแบคทีเรียที่มีประโยชน์ แบคทีเรียที่เป็นโทษ และยีสต์ มันจะอยู่แบบแย่งกันอยู่ถ้าปล่อยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ตายไปเยอะ แบคทีเรียที่เป็นโทษมันก็จะมีอยู่เยอะ พอเยอะก็ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ พอเยื่อบุมันอักเสบมันก็ทำให้ลำไส้เสียมันก็ทำให้รั่ว ยีสต์ก็เหมือนกันในบางภาวะ ตอนเด็กเราจะเป็นหวัดบ่อยเจ็บคอบ่อย ไปหาหมอทีหมอจะจ่ายยาฆ่าเชื้อ เชื้อก็ลด แต่ยีสต์มันก็เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล และมันก็เจาะเข้าไปในผนังลำไส้ได้ เกิดผนังลำไส้เสียหาย ต่อมาก็กลายเป็นภูมิแพ้ไปเลย
เพราะฉะนั้นการรักษาแบบนี้ ถ้าเราไม่ได้เจอเหตุตรงนี้จริงๆ มันจะเกิดปัญหาก็คือว่า เวลาเกิดภูมิแพ้แล้ว ก็มักจะได้รับยาแก้แพ้หากไม่ได้ผลก็จะใช้ยาสเตียรรอยต์ ทั้งกินทั้งทา ซึ่งหากใช้นานวันก็จะส่งผลข้างเคียงต่อพัฒนาการของกระดูก เด็กที่เคยได้รับสเรียรอยต์แผ่นกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่สร้างความยาวของกระดูก จะปิดตัวเร็วขึ้นทำให้เด็กตัวเตี้ยกว่าที่ควรจะเป็น
หากเราสงสัยเรื่องการแพ้อาหารเราสามารถศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมโดยการตรวจความไวต่ออาหาร หรือตรวจภูมิต้านทานต่ออาหาร ซึ่ง lab ในอเมริกาจะเป็นการส่งเลือดไปตรวจ แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่หากป่วยด้วยอาการภูมิแพ้ ก็อาจเป็นการตรวจที่มีประโยชน์ต่อการรักษา เพื่อวางแผนทำการหมุนเวียนอาหารโดยให้ทานอาหารที่ค่อนข้างแพ้ซ้ำอีกหลังจากนั้น 3-4 วัน ก่อนหน้า 3-4 วันห้ามทาน เป็นต้น ในที่สุดร่างกายก็จะพยามปรับตัวทำให้เลิกแพ้ไปได้ แต่อาหารไหนที่แพ้รุนแรง เราจะต้องงดไปเลย

นอกจากนี้แล้ว หากต้องการข้อมูลด้านระบบทางเดินอาหร เราสามารถส่งตรวจ ความสามารถของเยื่อบุลำไส้ และภาวะเยื่อบุไม่แข็งแรง ซึ่งจำให้อาหารที่ยังย่อยไม่สมบูรณ์สามารถเล็ดลอดเยื่อบุเข้าไปในระบบน้ำเหลือง และระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งกระตุ้นภูมิต้านทานได้ แต่การตรวจชนิดนี้ก็ยังต้องพึ่งห้องปฏิบัติการต่างประเทศอยู่เช่นกัน แม้ว่าจะมีหลักการง่ายๆ คือ ให้กินสารที่ปกติไม่ดูดซึม แล้วจากนั้น สองสามชั่งโมง ค่อยเจาะเลือดดู หากว่าสารนั้นตรวจพบในเลือด ก็แสดงว่ามีภาวะเยื่อบุลำไส้รั่ว หรือ leaky gut syndrome

การตรวจอีกอย่างหนึ่ง ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อโรคภูมิแพ้ คือ การตรวจความผิดปกติของยีน ที่ทำหน้าที่ควบคุมปฏิกิริยาทางภูมิต้านทานของร่างกาย ซึ่งจะส่งผลออกมาเป็นสองแบบ คือ แบบที่ช่วยต้านเชื้อโรค กับแบบที่ก่อปฏิกิริยาถูมิแพ้ ซึ่งหากมีปัญหานี้อยู่เราจะต้องเข้าไปแก้ไขทางระบบต้านทาน เช่น การใช้เปปไทด์ จากไธมส ซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุล เข้าไปรับการทำงานของต่อมไธมัสเพื่อเปลี่ยนแนวโน้มปฏิกิริยาทางภูมิต้านทาน ไม่ให้ก่อปฏิกิริยาทางการแพ้ การรักษาภูมิแพ้ จึงไม่ควรใช้เพียงยาแก้แพ้ละสเตียรอยด์เป็นสรณะแต่เพียงประการเดียว ควรแสวงหาปัจจัยกระตุ้นและแก้ไขให้ตรงสาเหตุ ก็จะปลอดจากโรคนี้ได้

Posted in Seminar by wuttichai